ท็อตแนม ฮ็อต สเปอร์ส ได้พัฒนาขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์ลีกเต็มตัว เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2015-16

ทำได้70แต้ม จบที่อันดับ3ของตาราง เป็นรองอันดับ2อย่างอาร์เซนอลแค่แต้มเดียว ส่วนฤดูกาลที่ผ่านมานั้น

เรียกได้ว่าเข้าใกล้แชมป์มากที่สุด ทำได้ถึง 86 แต้ม จบที่อันดับ2ของตาราง ทั้งๆที่คะแนนขนาดนี้สามารถเป็นแชมป์ลีกได้สบาย

เพราะอันดับ3และอันดับ4 อย่างแมนฯซิตี้และลิเวอร์พูล ทำได้ 78 และ 76 คะแนนตามลำดับ แต่กระนั้นก็ยังแพ้ทีมอย่างเชลซีที่ทำได้ถึง 93 แต้ม

สเปอร์ส ทีมที่ดีแต่ไม่มีวาสนา

สเปอร์ส เพราะอะไรที่ทำให้ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ในฤดูกาลที่ผ่านมา สเปอร์ส เป็นทีมที่ไม่แพ้ใครในบ้านเลยแม้แต่นัดเดียว แถมยังมีกองหน้าเจ้าของดาวซัลโว 29ประตู อย่างแฮร์รี่ เคน สุดท้ายเหมือนบุญมีแต่กรรมบัง ทำดีขนาดไหนก็มักเจอทีมที่ทำได้ดีกว่า ในฤดูกาล2016-17 เชลซีเก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำ จนคว้าแชมป์ในที่สุด เหตุที่ดูจะอธิบายสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุดคงจะเป็นการที่เชลซีพบแผนการเล่นที่ลงตัวอย่าง3-4-3 จึงทำให้เก็บชัยได้อย่างต่อเนื่องจนเข้าป้ายเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งจะโทษสเปอร์สว่าผิดที่นักเตะหรือโค้ชคงไม่ได้ เพราะพวกเขาก็ทำดีที่สุดแล้ว แต่ไม่มีวาสนามากพอที่จะเป็นแชมป์

แต่ในฤดูกาลนี้สเปอร์ส์สามารถรักษาทีมเดิมไว้ได้หมด เสียไปแค่ ไคล์น วอร์กเกอร์ ไปให้กับ แมนฯซิตี้ ส่วนที่ได้มาใหม่ก็คือ ดาวินซอน ซานเชส กองหลังดาวรุ่งจากอาแจ็กซ์  ค่าตัวราว 42 ล้านปอนด์ ถือเป็นสถิติใหม่ของสโมสร ซึ่งเหตุที่สเปอร์สควรจะมีผลงานที่ดีในฤดูกาลนี้เพราะพวกเขามีทีมที่เข้าขารู้ใจ เพราะเล่นร่วมกันมาหลายปี ถึงนักเตะส่วนใหญ่ในทีม จะมีอายุที่ค่อนข้างน้อย แต่ก็สั่งสมประสบการณ์มาพอสมควร ซึ่งฤดูกาลนี้อาจเป็นปีที่พวกเขาอยากจะไปให้ถึงเป้าหมายสักที เราคงต้องมารอดูกันต่อว่าทีมที่ดีอย่างสเปอร์สจะมีวาสนากับเค้าบ้างหรือไม่

 

หลายฝ่ายออกมาวิจารณ์กันยกใหญ่ เรื่องของคอนเต้ หลังจากนัดแรกในลีกของเชลซี แพ้ให้กับทีมอ่อนชั้นกว่า

แถมถูกไล่ออกไปถึง2คน นั่นจึงทำให้ชื่อของ อันโตนิโอ คอนเต้ โค้ชชาวอิตาเลี่ยน ขึ้นชาร์จเป็นอันดับ1ของโค้ชที่มีแววโดนเด้งจากเก้าอี้

เรื่องของคอนเต้ ต้องดูกันยาวๆ หลังฟอร์มตกฮวบ

เรื่องของคอนเต้ อาจโดนเด้งจากเก้าอี้

บางครั้งฟุตบอลก็มีแพ้มีชนะ ผลงานระดับมาสเตอร์พีซในฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้คอนเต้ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม

เพราะมาแค่ปีแรกก็ผงาดคว้าแชมป์ลีกอย่างยิ่งใหญ่ โดยเก็บได้ถึง93แต้ม แถมยังเข้าถึงรอบชิง เอฟเอ คัพ อีกต่างหาก

แต่เมื่อเปิดฤดูกาลมาผลงานไม่ดี พ่วงกับปัญหาภายในทีมมากมาย สื่อจึงพากันคาดว่าคอนเต้นั้นคือตัวเต็งที่จะโดนเด้งจากเก้าอี้เป็นแน่

แต่แล้วนัดล่าสุดในศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์ ที่ได้มาเยือน ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ถึงเวมบลีย์ รังเหญ้าชั่วคราวของไก่เดือยทอง

ก็กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะไปได้2-1 ถึงแม้รูปเกมจะสู้ไม่ได้

แต่ด้วยแทคติกที่คอนเต้นั้นวางไว้เพื่อแก้ไขการที่ทีมขาดนักเตะตัวหลักไปหลายคน

ก็ต้องบอกว่านัดนี้ผมขอให้เครดิตคอนเต้ไปเต็มๆ กางวางแผนโดยใช้มิดฟิลด์ตัวรับทั้ง บาร์กาโยโก้ ,ก็องเต้ และ ลุยซ์

โดยเฉพาะรายหลังที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เล่นทั้งรับและรุกได้อย่างลงตัว โดยเกมนี้ได้แสดงชัดเจนถึงกึ๋นของคอนเต้ ที่จัดทีมได้อย่างชาญฉลาด และถูกสถานการณ์

แน่นอนว่าไม่มีโค้ชคนใดที่สามารถพาทีมชนะได้ทุกเกม และเพียงแค่ปราชัยในเกมแรกไม่สามารถตัดสินอะไรได้เลย

ถึงบอกว่าต้องดูกันยาวๆ คอนเต้ นั้นรู้สถานการณ์ของทีมตอนนี้ดีว่าทีมมีขุมกำลังไม่เพียงพอ แน่นอนว่าก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมที่ตลาดจะปิดตัวลง ต้องมีการเสริมทัพเพิ่มเติมค่อนข้างแน่

และอนาคตของคอนเต้จะเป็นอย่างไรต่อไป ขอให้ดูกันยาวๆ เก้าอี้จะเด้ง หรือ คอนเต้จะขันน็อตจนแน่นหนา และกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ก็ไม่มีใครอาจรู้ได้

 

ตั้งแต่ เวย์น รูนีย์ ต้องเก็บข้าวของย้ายกลับไปบ้านเก่าอย่างเอฟเวอร์ตัน

หลายคนก็คงคิดว่า นี่คือขาลงในอาชีพของเขาแล้ว

เพราะการที่เคยเป็นถึงกัปตันของทีมที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่างแมนฯยูไนเต็ด

จึงทำให้คนมองว่าเส้นทางใหม่ที่เขาเลือกเดินนั้นเปรียบเสมือนเขาผ่านจุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้งของเขาแล้ว

รูนีย์ บุรุษผู้ไม่เคยยอมแพ้ แม้จะเจออะไรมาก็ตาม

รูนีย์ บุรุษผู้ไม่เคยยอมแพ้อะไร

แต่ในความเป็นจริงนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนักเตะใหม่ของทอฟฟี่สีน้ำเงิน แต่ รูนีย์ สามารถแสดงให้เห็นว่า เขายังคงมีไฟและยังเข้ามาจุดไฟให้กับเพื่อนร่วมทีมได้อีกด้วย

แม้ว่าความเร็วอาจจะลดน้อยลง วิ่งช้าลงบ้าง แตเรื่องของสัญชาตญาณยังคงยอดเยี่ยม และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดหลายปี ทำให้เขาเป็นตัวอย่างให้กับรุ่นน้องในทีมได้อย่างดี จะว่าไปการเข้ามาของรูนีย์นั้น มีแต่จะสร้างสิ่งดีๆให้กับเอฟเวอร์ตันทั้งนั้น

แมนฯยูอาจเป็นทีมที่เขารักมากที่สุดในชีวิต แต่ถ้าถามถึงทีมที่รองลงมาคงไม่พ้นทีมอย่างเอฟเวอร์ตัน เพราะก่อนหน้านี้ กองหน้าร่างอวบผู้นี้เคยลั่นวาจาแล้วว่า ถ้าเขาไม่ได้เล่นให้ยูไนเต็ด ทีมที่เขาจะเล่นให้ก็คือเอฟเวอร์ตันนั่นเอง

การที่เห็นรูนีย์ลงสนามในสีเสื้อที่แปลกไปในรอบหลายปีมานี้ อาจเป็นภาพที่ไม่คุ้นชิน และหลายคนยังตามดูฟอร์มว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ศักยภาพของเขานั้นยังคงเปี่ยมไปด้วยความอันตราย และ ทุกย่างก้าวนั้นยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จาก2ประตูใน2นัดแรกในลีกคงเป็นคำตอบที่ดีว่า เขายังคงเป็นบุรุษที่ไม่เคยยอมแพ้ และยังกระหายความสำเร็จอยู่เสมอ

พูดถึงชื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ สิ่งที่คนคิดถึงอันดับแรกไม่ใช่ฝีไม้ลายมือในสนาม

แต่กลับเป็นพฤติกรรมเกรียนๆ หลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้น ซึ่งบางครั้งก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าเขาทำอย่างนั้นไปทำไม

บาโลเตลลี่ บุคคลผู้ไม่เหมือนใคร แล้วไม่มีใครเหมือน

บาโลเตลลี่ บุคคลผู้ไม่เหมือนใคร (ไม่มีใครอยากเหมือน)

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาก่อเรื่องมานับไม่ถ้วนกับหลากหลายสโมสรที่เขาเคยร่วมงานด้วย เริ่มตั้งแต่ แมนฯซิตี้ เอซีมิลาน ลิเวอร์พูล รวมถึงทีมล่าสุดอย่าง นีซ

ในเรื่องของฝีเท้านั้น บาโลเตลลี่ จัดเป็นนักเตะที่มีความสามารถ มีทักษะที่ดี แต่ด้วยพฤติกรรมความเกรียน

จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวนั้นมักมีปัญหากับต้นสังกัด บรรดาโค้ช รวมถึงเพื่อนรวมทีม อยู่เสมอ

ซึ่งถ้าคิดกันเล่นๆว่า ถ้าศูนย์หน้าชาวอิตาเลียนผู้นี้ไม่เป็นคนที่ชอบสร้างปัญหา บางทีอนาคตอาจจะสดใสกว่านี้ก็เป็นได้

เรื่องล่าสุด ก็คงเป็นเรื่องที่เจ้าตัวลงเล่นให้นีซ ในเกมที่แพ้ให้กับนาโปลี 2-0 ในถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดสอง

โดยลูกแรกที่นีซเสียประตูในช่วงต้นครึ่งหลังนั้น ทีมเหลือแค่10คนในสนาม และคนที่หายไปคือ บาโลเตลลี่

ที่มัวแต่วุ่นกับการแก้เครื่องประดับอยู่ข้างสนาม และถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที 77 โดยหลังเกมลูเซียง ฟาฟร์

โค้ชของนีซ ได้ออกมาวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวว่า เป็นวันที่บาโลเตลลี่โชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างแย่ และน่าจะเปลี่ยนตัวออกมาไวกว่านี้

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คงต้องรอดูกันต่อไปว่า บาโลเตลลี่จะสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นได้หรือไม่

แล้วถ้าไม่ อนาคตของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ด้วยวัย27ปี ยังถือว่ามีเวลาไม่มากไปและไม่น้อยจนเกินไปที่จะพัฒนาตัวเองไปยังจุดที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งได้

ทีมที่มีโอกาสเป็น ที่1 ในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล2017-18 (กลุ่ม E,F,G,H)

 

ทีมที่มีโอกาสเป็น อันดับ1 ในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล2017-18 (กลุ่ม E,F,G,H)

ทีมที่มีโอกาสเป็น แชมป์ในปี2017/18

กลุ่มE : สปาร์ตัก มอสโคว,เซบีญ่า,ลิเวอร์พูล,มาริบอร์

ตัวเต็งอันดับ1 : ลิเวอร์พูล

หลายคนคงไม่เห็นด้วย แต่นี่คือการตัดสินจากฟอร์มการเล่นล่าสุด ที่ลิเวอร์พูลสามารถโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมถล่ม ฮอฟเฟนแฮม

ในรอบเพลย์ออฟเข้ามาได้อย่างขาดลอย และด้วยดูท่าทีแล้วน่าจะสามารถรั้งคูตินโญ่ให้อยู่ช่วยต้นสังกัดต่อไปได้อีกด้วย

นั่นจึงทำให้ทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ นั้นน่าจะเข้าป้ายเป็นอันดับ1 โดยมีเซบีญ่าคอยสอดแทรกได้ทุกเมื่อ

กลุ่มF : ชักตาร์ โดเน็ตส์ก,แมนเชสเตอร์ ซิตี้,นาโปลี,เฟเยนูร์ด

ตัวเต็งอันดับ1 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เรือใบสีฟ้ามีขุมกำลังที่พร้อมมากในฤดูกาลนี้ และด้วยการเล่นในถ้วยนี้ติดต่อกันมาหลายปี น่าจะมีผลทำให้นักเตะมีประสบการณ์มากขึ้น

และน่าจะเข้ารอบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มได้ไม่ยาก เนื่องจากดูชื่อชั้นของทีมในกลุ่มแล้ว แมนฯซิตี้เป็นทีมที่ใหญ่กว่าพอสมควร

กลุ่มG : โมนาโก,ปอร์โต,เบซิคตัส,ไลป์ซิก

ตัวเต็งอันดับ1 : โมนาโก

กลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มที่เบาที่สุด เนื่องจากกลุ่มคัปคั่งไปด้วยยักษ์ใหญ่จากประเทศต่างๆ จะมีก็เพียง โมนาโก และ ปอร์โต

ที่น่าจะขับเคี่ยวเข้ารอบตัดเชือกกัน ส่วนอีก2ทีมคงต้องรอลุ้นว่าจะมีม้ามืดหรือไม่ ซึ่งเหตุที่โมนาโกน่าจะเข้าป้ายเป็นที่1 เพราะด้วยขุมกำลัง

มีนักเตะที่วางใจได้หลายคน ไม่ว่าจะเป็น ราดาเมล ฟานกัล รวมถึง โธมัส เลอมาร์ ที่น่าจะอยู่กับทีมต่อไป

กลุ่มH : เรอัล มาดริด,ดอร์ทมุน,ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส,อาโปเอล

ตัวเต็งอันดับ1 : เรอัล มาดริด

แน่นอนว่ากลุ่มนี้จัดเป็นกลุ่มที่โหด และน่าติดตามที่สุด ด้วยมี3ยักษ์ต้องโคจรมาพบกัน แต่อย่างไรก็ตาม

แชมป์เก่ามีศักยภาพมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนที่จะลุ้นกันสนุกก็คือ ดอร์ทมุน และ สเปอร์ส ส่วน อาโปเอล

นั้นถือว่าโชคร้ายมากที่โดนมาอยู่กลุ่มรวมยักษ์นี้ แต่อย่างไรก็ตามอะไรก็เกิดขึ้นได้ ต้องรอลุ้นกันต่อไป

 

 

ทีมที่มีโอกาส มากที่สุดในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล2017-18 (กลุ่ม A,B,C,D)

ทีมที่มีโอกาส เป็นที่1 ในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล2017-18 (กลุ่ม A,B,C,D)

ทีมที่มีโอกาส เป็นอันดับ1 ในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า

กลุ่มA : เบนฟิก้า,แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด,บาเซิล,ซีเอสเคเอ มอสโคว

ตัวเต็งอันดับ1 : แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

แน่นอนว่าปีนี้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดของมูรินโญ่กลายเป็นทีมที่น่ากลัวแบบสุดๆ และด้วยขนาดของทีมที่พร้อมลุ้นทุกแชมป์ เนื่องด้วยนักเตะที่เต็มไปด้วยคุณภาพทุกตำแหน่ง แถมสำรองก็แน่นไปด้วยนักเตะเกรดเอ เพราะฉะนั้นทีมเต็งจึงขอยกให้ปีศาจแดงไปแบบไม่ต้องคิดกันเยอะ

กลุ่มB : บาเยิร์น มิวนิค,เปแอสเช,อันเดอร์เลช,เซลติก

ตัวเต็งอันดับ1 : เปแอสเช

กลุ่มอาจมีถึง2ทีมที่อาจจะแย่งชิงเข้าป้ายเป็นอันดับ1 ก็คือ เปแอสเช และ บาเยิร์น มิวนิค แต่ถ้ามองที่ขุมกำลังนั้น เปแอสเช ดูดีกว่าเล็กน้อย ด้วยการได้เนย์มาร์มาเสริมทีมในซัมเมอร์นี้ และได้เห็นฟอร์มไปบ้างแล้ว ต้องบอกว่า เกมรุกของเปแอสเช มีความน่ากลัว และพร้อมถล่มประตูคู่แข่งจากทุกสารทิศ จึงขอยกตัวเต็งอันดับ1ให้กับเปแอสเชไป

กลุ่มC : เชลซี,แอธเลติโก มาดริด,โรม่า,คาราบัค

ตัวเต็งอันดับ1 : แอธเลติโก มาดริด

กลุ่มcก็มีทีมเต็งถึง3ทีมคือ แอธเลติโก มาดริด และ เชลซี รวมถึงม้ามืดอย่าง โรม่า แต่ถ้ามองขุมกำลังในตอนนี้ เชลซีอาจมีนักเตะที่ไม่เพียงพอต่อการลงเล่นหลายรายการ ส่วนโรม่าก็เป็นทีมที่ดีแต่ก็มักจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่ด้วย แอธเลติโก มาดริด ทำผลงานได้ค่อนข้างดีกับถ้วยนี้ในรอบหลายปีที่ผ่านมา จึงขอมอบเต็ง1ให้กับทีมจากสเปนไปก่อน

กลุ่มD : ยูเวนตุส,บาร์เซโลนา,โอลิมเปียกอส,สปอร์ติง ลิสบอน

ตัวเต็งอันดับ1 : ยูเวนตุส

เหตุผลที่เลือกยูเวนตุส เป็นการตัดสินจากการมองทีมในปัจจุบัน ด้วยการเข้ามาของ แบลส มาตุยดี้ รวมถึง ดั๊กกลาส คอสต้า ที่ยืมตัวมาจากบาเยิร์น มิวนิค สามารถเพิ่มความอันตรายให้กับยูเวนตุสมากขึ้น และอีกแง่คือการที่บาร์ซ่า เสียเนย์มาร์ไป รวมถึงฤดูกาลนี้ก็เปลี่ยนหัวเรือรบใหม่มาเป็น บัลเบร์เด้ อดีตกุนซือแอธเลติก บิลเบา จึงยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าบาร์ซ่าจะยังคงความอันตรายเช่นเดิมได้หรือไม่ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ขอยกเต็ง1 ให้กับทีมดังจากอิตาลีไปก่อน

ตั้งแต่วันที่พระเจ้าอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เจ็บหนัก การกลับมาของเทพเจ้า จนต้องปิดเทอมยาวไปในฤดูกาลที่ผ่านมา

จนหลายฝ่ายคิดว่าคงไม่ได้เห็นเจ้าตัวกลับมาใส่เสื้อปีศาจแดงอีกแล้ว

เนื่องจากคงคิดกันว่าเมื่อฟิตกลับมาเจ้าตัวอาจเลือกไปหาความท้าทายใหม่ในบั้นปลายอาชีพของเขา

แต่ตอนนี้แฟนผีทุกคนคงได้เฮกันระรอกใหญ่ เพราะ มูรินโญ่ ดึงเทพเจ้ากลับเข้าถ้ำผีอีกครั้ง

การกลับมาของเทพเจ้า

การกลับมาของเทพเจ้า หวนคืนสู่ถ้ำผี

แน่นอนว่านักเตะรับดับโลกอย่างเขา เมื่อฤดูกาลที่แล้วขนาดบาดเจ็บไปก่อน ยังกระซวกไปถึง28ประตู จาก46นัด ถึงแม้ว่าอายุจะปาเข้าไป 35 ปี

แต่ผลงานนั้นกลับยังอยู่บนจุดสูงสุดแบบที่ยากจะเอาเยี่ยงอย่าง

แน่นอนว่ามองเข้าไปในทีมปีศาจแดงในเวลานี้ จะเห็นแต่นักเตะระดับเกรดเอเต็มไปหมดทุกอณู

จนเดาไม่ถูกว่าการกลับมาของซลาตันนั้น จะเข้ามาในรูปแบบไหน เป็นตัวจริง หรือ คอยสลับสับเปลี่ยนกับลูกากู หรือ จะส่งลงทั้งคู่เป็นหัวหอกไปเลย

ถ้าให้เดาอย่างหลังน่าจะยากที่สุด เพราะมูรินโญ่ไม่ได้เป็นโค้ชที่ชอบวางแผนกองหน้าคู่อยู่แล้ว ที่จะเป็นไปได้ที่สุด

ก็น่าจะคอยสลับสับเปลี่ยนกับกองหน้าตัวหลักอย่าง ลูกากู เพราะอย่างไรก็ตาม อิบราฮิโมวิชก็คงเข้าใจว่าศูนย์หน้ารุ่นน้องชาวเบลเยียมนั้น เป็นอนาคตของทีม คงจะเป็นตัวเลือกแรกของมูรินโญ่อยู่แล้ว

การกลับมาของซลาตันอาจสร้างความปวดหัวนิดหน่อยให้น้ามู เวลาจะจัดตัวลงสนาม แต่แน่นอนว่ามีของดีเยอะจนเลือกไม่ถูก ยังดีกว่า

ไม่มีให้เลือกเลย ยังไงการมีนักเตะระดับอิบราฮิโมวิชอยู่ในทีม ก็ย่อมส่งผลดีมากกว่าผลเสียอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น จากที่ปีศาจแดงน่ากลัวมากแล้ว ก็จะน่ากลัวทวีคูณขึ้นไปอีก

หลังจากการเสริมทีมเป็นสถิติโลก 5 แข้งมีแววหมดอนาคต โดยกระชากเนย์มาร์มาจากบาร์เซโลน่าแบบช็อกวงการฟุตบอล ด้วยค่าตัวราว 222 ล้านยูโร

นอกจากนี้ยังมี ดานี่ อัลเวส แบ็กขวาชาวบราซิเลียน ย้ายเข้ามาแบบไม่มีค่าตัวหลังหมดสัญญากับยูเวนตุส ส่วนอีกคนก็คือ ยูริ เบร์ชีเช่

แบ็กซ้ายชาวสเปน ย้ายมาจาก เรอัล โซเซียดาด ด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร ด้วยการเข้ามาของนักเตะใหม่ มาผนึกกับกำลังที่มีอยู่นั่นทำให้ เปแอสเช

เป็นทีมรวมสตาร์หลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะตัวจริงหรือสำรองก็เป็นนักเตะระดับเกรดเอทั้งสิ้น นั่นจึงทำให้มีนักเตะบางรายที่อาจหมดอนาคต และอาจต้องเก็บกระเป๋าออกไป5 นักเตะมีแววหมดอนาคตกับปารีสฯ

5 แข้งมีแววหมดอนาคต กับปารีสฯเห็นละกลุ้มใจ

5 แข้งมีแววหมดอนาคต

1.ฮาเตม เบน อาร์กฟา ปีกวัย 30 ปี ที่ไม่ได้ลงเล่นให้เปแอสเช ในลีก เอิง นานถึง 5 เดือน

2.เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค ย้ายมาจากเซบีย่า ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร โดยตอนนี้เป็นข่าวกับ โอลิมปิก ลียง ,บาเลนเซีย รวมถึงทีมในพรีเมียร์ลีกอีกหลายทีม

3.ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ อดีตปีกโวล์ฟส์บวร์ก ที่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ด้วยการเข้ามาของเนย์มาร์อาจทำให้เขาได้รับโอกาสน้อยลง โดยมีบาร์เซโลนาที่ให้ความสนใจอยู่ในตอนนี้

4.แซร์ช โอริเยร์ แบ็กขวาทีมชาติไอโวรี่ โคสต์ ที่ตอนนี้ได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น เชลซี ,แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด รวมถึงทีมดังจากอิตาลีอย่าง อินเตอร์มิลาน และ ยูเวนตุส

5.กอนซาโล เกดีส อดีตนักเตะเบนฟิกา ที่เข้ามาร่วมทีมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้เป็นข่าวอยู่กับบาเลนเซีย

คริสเตียโน โรนัลโด ยอดแข้งซุปตาร์ ของราชันชุดขาว เรอัล มาดริด

ได้รับการโหวตให้เป็นแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป โดยเอาชนะนักเตะอย่าง

ลิโอเนล เมสซี และ จานลุยจิ บุฟฟ่อน จึงทำให้ยอดแข้งจาก มาดริด กลายเป็นแข้งที่ได้รับรางวัลนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์

โรนัลโด ผงาดคว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป

โรนัลโด แข้งยอดเยี่ยมยูฟ่า

คริสเตียโน โรนัลโด้ ,ลิโอเนล เมสซี และ จานลุยจิ บุฟฟ่อน คือ3นักเตะที่มีลุ้นรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า

โดย3อันดับนี้มาจากการโหวตของโค้ชจาก 80 สโมสรที่เข้าร่วม ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และ ยูโรปาลีก ในฤดูกาล2016-17นอกจากนี้ยังมีนักข่าวอีก 55 ราย

ที่เป็นตัวแทนชาติสมาชิกของยูฟ่าด้วย

โดย โด และ เมสซี ต่างเคยได้รางวัลนี้กันมาแล้วคนละ2หน โดยทั้งคู่ก็สลับสับเปลี่ยนกันคว้ารางวัลกันมาตลอดหลายปีหลังนี้จนเป็นเรื่องปกติ

จนกลายเป็นภาพลักษณ์ไปแล้วว่า2คนนี้ คือคู่แข่งกัน รวมทั้งมีคนต้องการเปรียบเทียบ2คนนี้อยู่บ่อยครั้งว่า ใครเก่งกว่ากัน? ดูแล้วเหมือนเป็นคำถามประมาณว่า ไก่กับไข่อันไหนเกิดก่อนกัน?

โดยในฤดูกาลที่ผ่านมา โด้ สามารถพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่ เริ่มตั้งแต่คว้าแชมป์ลาลีกา และยังสามารถป้องการแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ได้สำเร็จอีกด้วย โดยเจ้าตัวลงเล่นไปทั้งหมด46นัด ตะบันไปได้ 42 ประตูในทุกรายการ

ส่วนในรายของเมสซี่ ถึงแม้ว่าจะได้แค่ แชมป์โคปา เดล เรย์ กับ สแปนิช ซุปเปอร์คัพ แต่ก็ยังสามารถรักษามาตรฐานของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม

โดยยิงไปทั้งหมด 54 ประตู จากการลงเล่น 52 นัดในทุกรายการ

และคนสุดท้ายคือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารจอมเก๋า ที่ผงาดพาทีมยูเวนตุสเข้าถึงรอบชิงศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ถึงแม้ว่าจะเป็นได้แค่รองแชมป์ก็ตาม

แต่เขาก็ยังได้ดับเบิ้ลแชมป์กับต้นสังกัดอยู่ดี นั่นก็คือ โคปปา อิตาเลีย และ แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา นั่นเอง

แต่ในท้ายที่สุด โด ก็คว้าตำแหน่งไปครองอย่างไร้ข้อกังขา ด้วยการที่สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์2ปีซ้อน แถมยังพ่วงแชมป์ลาลีกาได้อีก จึงทำให้สร้างสถิติใหม่กลายเป็นยอดแข้งที่สามารถคว้ารางวันนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรปมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นับเป็นปีทองข้องยอดแข้งโปรตุกีสจริงๆ

3 นักเตะดาวรุ่งพรีเมียร์ ลีก ในซีซั่นนี้นั้น มีนักเตะดาวรุ่งมากมายที่น่าจะทำผลงานได้ดี

และน่าจับตามอง ปกติในทุกฤดูกาลก็มักจะมีนักเตะอายุน้อยที่สร้างชื่อขึ้นมาเรื่อยๆ

จนบางรายไต่เต้าไปอยู่กับทีมชั้นนำหลายคน เราจึงจะมาคัด3นักเตะที่น่าจับตามองในซีซั่นนี้ว่ามีใครบ้าง

3 นักเตะดาวรุ่งพรีเมียร์ ลีกที่น่าจับตามองในซีซั่น 2017-18

 

3 นักเตะดาวรุ่งพรีเมียร์ ลีกที่น่าจับตามองในซีซั่น 2017-18

1.กาเบรียล เชซุส กองหน้าวัย 20 ปี จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ศูนย์หน้าดาวรุ่งชาวบราซิเลียน ย้ายมาอยู่กับแมนฯซิตี้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ลงเล่นไป10นัด ยิงไป7ประตู

ก่อนจะเจ็บจนต้องพักยาวตลอดซีซั่นที่ผ่านมา แต่มาในฤดูกาลใหม่นี้ เป็ป กวาดิโอลาร์

เทรนเนอร์ชาวสเปนน่าจะส่งลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นจึงน่าจับตามองเหลือเกินว่าเขาจะระเบิดฟอร์มได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลนี้

2.เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ กองหน้าวัย 20 ปี จากเลสเตอร์ ซิตี้

อดีตศูนย์หน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สามารถยิงได้ถึง21ประตูในทุกรายการเมื่อปีที่ผ่านมา

แต่ก็ต้องออกจากเรือใบสีฟ้ามาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ เนื่องจากไม่สามารถเบียดตำแหน่งเพื่อนร่วมทีมอย่าง

เซร์คิโอ อเกวโร่ และ กาเบรียล เชซุส ได้ จึงทำให้ต้องออกมาเพื่อหาโอกาสให้ตัวเองได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ

จึงน่าคิดว่า ถ้ามีโอกาสได้โชว์ผลงานอย่างต่อเนื่องจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้หรือไม่ในฤดูกาลนี้

3.ทอม เดวี่ส์ กองกลางวัย 18 ปี จากเอฟเวอร์ตัน

กองกลางชาวผู้ดี ที่ในฤดูกาลนี้น่าจะได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง เพราะด้วยตำแหน่งที่เขาเล่นนั้นสามารถทดแทน

แกเรธ แบร์รี่ กองกลางรุ่นพี่ที่อาจถึงเวลาต้องสละตำแหน่งให้รุ่นน้องได้ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทนบ้าง

นั่นจึงทำให้ ทอม เดวีส์ ที่ได้รับคำชมมากมายว่ามีแววจะเป็นสตาร์ในอนาคตนั้น จะได้พิสูจน์ตัวเองได้อย่างเต็มที่ในฤดูกาลนี้