คริสเตียโน โรนัลโด ยอดแข้งซุปตาร์ ของราชันชุดขาว เรอัล มาดริด

ได้รับการโหวตให้เป็นแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป โดยเอาชนะนักเตะอย่าง

ลิโอเนล เมสซี และ จานลุยจิ บุฟฟ่อน จึงทำให้ยอดแข้งจาก มาดริด กลายเป็นแข้งที่ได้รับรางวัลนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์

โรนัลโด ผงาดคว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป

โรนัลโด แข้งยอดเยี่ยมยูฟ่า

คริสเตียโน โรนัลโด้ ,ลิโอเนล เมสซี และ จานลุยจิ บุฟฟ่อน คือ3นักเตะที่มีลุ้นรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า

โดย3อันดับนี้มาจากการโหวตของโค้ชจาก 80 สโมสรที่เข้าร่วม ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และ ยูโรปาลีก ในฤดูกาล2016-17นอกจากนี้ยังมีนักข่าวอีก 55 ราย

ที่เป็นตัวแทนชาติสมาชิกของยูฟ่าด้วย

โดย โด และ เมสซี ต่างเคยได้รางวัลนี้กันมาแล้วคนละ2หน โดยทั้งคู่ก็สลับสับเปลี่ยนกันคว้ารางวัลกันมาตลอดหลายปีหลังนี้จนเป็นเรื่องปกติ

จนกลายเป็นภาพลักษณ์ไปแล้วว่า2คนนี้ คือคู่แข่งกัน รวมทั้งมีคนต้องการเปรียบเทียบ2คนนี้อยู่บ่อยครั้งว่า ใครเก่งกว่ากัน? ดูแล้วเหมือนเป็นคำถามประมาณว่า ไก่กับไข่อันไหนเกิดก่อนกัน?

โดยในฤดูกาลที่ผ่านมา โด้ สามารถพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่ เริ่มตั้งแต่คว้าแชมป์ลาลีกา และยังสามารถป้องการแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ได้สำเร็จอีกด้วย โดยเจ้าตัวลงเล่นไปทั้งหมด46นัด ตะบันไปได้ 42 ประตูในทุกรายการ

ส่วนในรายของเมสซี่ ถึงแม้ว่าจะได้แค่ แชมป์โคปา เดล เรย์ กับ สแปนิช ซุปเปอร์คัพ แต่ก็ยังสามารถรักษามาตรฐานของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม

โดยยิงไปทั้งหมด 54 ประตู จากการลงเล่น 52 นัดในทุกรายการ

และคนสุดท้ายคือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารจอมเก๋า ที่ผงาดพาทีมยูเวนตุสเข้าถึงรอบชิงศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ถึงแม้ว่าจะเป็นได้แค่รองแชมป์ก็ตาม

แต่เขาก็ยังได้ดับเบิ้ลแชมป์กับต้นสังกัดอยู่ดี นั่นก็คือ โคปปา อิตาเลีย และ แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา นั่นเอง

แต่ในท้ายที่สุด โด ก็คว้าตำแหน่งไปครองอย่างไร้ข้อกังขา ด้วยการที่สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์2ปีซ้อน แถมยังพ่วงแชมป์ลาลีกาได้อีก จึงทำให้สร้างสถิติใหม่กลายเป็นยอดแข้งที่สามารถคว้ารางวันนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรปมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นับเป็นปีทองข้องยอดแข้งโปรตุกีสจริงๆ

การที่ Real madrid พบกับนาโปลีนั้นผมจะมาดูเรื่องของอาวุธเด็ดที่ทั้งคู่นั้นจะต้องเอามาใช้ในเกมนี้พวกเขาทั้งสองทีมนั้นยังไม่เคยเจอกันมาก่อนในทุกรายการที่มาเจอกันในครั้งแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นักเตะที่มีส่วนสำคัญสำหรับ real madrid นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โรนัลโด ในแชมเปี้ยนลีกนั้นเขามีโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงถึง 6 เกมแต่จริงได้เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้นส่วนมีส่วนร่วมในการทำประตู เอสซิสไปแล้ว 4 ครั้งเป็นนักเตะที่จ่ายบอลแม่นยำสูงถึง 80 5.3 เปอร์เซ็นต์โดยโอกาสในการยิงของเขาต่อเกมนั้นมีโอกาสถึง 5.5 ครั้งนับว่าเป็นนักเตะที่มีโอกาสในการทำประตูเยอะมากด้วยเป็นนักเตะที่เป็นความหวังของทีมนั้นทำให้เพื่อนร่วมทีมค่อนข้างที่จะปั่นบอลไปให้กับ Cristiano ronaldo ในการทำประตูไม่เพียงแค่เป็นนักเตะนักเตะที่รู้ในการทำประตูเท่านั้นเขายังเป็นนักเตะที่มักจะส่งบอลให้เพื่อนในการจบสกอร์มากถึง 1.5 ครั้งต่อเกมโดยรวมรวมแล้วทางด้านของ เรอัลมา ดริดน่าจะมีอาวุธที่หนักกว่าทางด้านของนาโปลี  Cristiano ronaldo มีความสามารถในเรื่องของการจบสกอร์ที่ดีและยิงไกลได้น่ากลัวอันตรายหรือในการเป็นประตูอยู่ได้บ่อยครั้งนอกจากเท้าแล้วเขาอยู่มีเรื่องของหัว ในการสามารถใช้หัวในการทำประตู ตรงจุดนี้ถือว่าเป็นนักเตะที่มีอาวุธครบมือ

โดยทางฝั่งทีมเยือนนั้นหวังพึ่ง  ดิสมอร์เทน กองหน้าชาวอิตาเลียน  ถึงเขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงๆ แค่ 4 ครั้งและเป็นตัวสำรองอีก 2 ครั้งก็ยิงไปแล้วถึง 4 ประตูด้วยกันเยอะกว่าจะได้ของ โรนัลโด้เองด้วยซ้ำแต่ติกถึงแค่ 2 ครั้งในเรื่องของการจ่ายบอลอาจจะไม่แม่นยำนักแต่เขาสามารถเชื่อมเกมกับเพื่อนๆตรงกลางสนามที่ดึงเข้าคือน่าจะเป็นเรื่องของเปอร์เซ็นต์การยิงและประสบความสำเร็จมากที่สุดแต่ยังไงก็ตามการที่จะมาเทียบเท่ากับนักเตะบัลลงดอร์อย่างเช่นโอ้โนนั้น red mountain ค่อนข้างที่จะมีความกดดันมากที่สุดในเรื่องของการจบสกอร์นั้นเขาเพราะพึ่งพาได้มากที่สุดในทีมอีกทั้งยังมีความหวังในการเข้าทำประตูซึ่งถ้า เปเป้ และ บาดาล สามารถหยุดกองหน้าชาวอิตาเลียนรายนี้ไม่ได้ก็จะทำให้นาโปลีนั้นหมดพิษสงลง เว็บไซต์ชื่อดังต่างประเทศนั้นต่างฝ่ายต่างมองว่าคู่นี้น่าจะจบลงด้วยการเสมอ 2 ประตูต่อสองแต่ในความคิดของผมนั้นนาโปลีเป็นรองกว่าหลายขุมมองว่าโอกาสในการเก็บชัยชนะของ real madrid นั้นสูงกว่าทางด้านของเราพอดีแต่ถ้าเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแล้วยังไงโอกาสที่นาโปลีจะบุกมายันเสมอนั้นถือว่ายังพอมีอยู่ถ้าพวกเขาเล่น  ตามแทคติกที่ เมาริซิโอมาสรี่  ได้วางแผนไว้คือไม่เสียสมาธิในช่วงต้นเกมก็อาจจะทำให้พวกเขามีโอกาสเสมอมากขึ้นเรื่อยๆ