พูดถึงชื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ สิ่งที่คนคิดถึงอันดับแรกไม่ใช่ฝีไม้ลายมือในสนาม

แต่กลับเป็นพฤติกรรมเกรียนๆ หลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้น ซึ่งบางครั้งก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าเขาทำอย่างนั้นไปทำไม

บาโลเตลลี่ บุคคลผู้ไม่เหมือนใคร แล้วไม่มีใครเหมือน

บาโลเตลลี่ บุคคลผู้ไม่เหมือนใคร (ไม่มีใครอยากเหมือน)

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาก่อเรื่องมานับไม่ถ้วนกับหลากหลายสโมสรที่เขาเคยร่วมงานด้วย เริ่มตั้งแต่ แมนฯซิตี้ เอซีมิลาน ลิเวอร์พูล รวมถึงทีมล่าสุดอย่าง นีซ

ในเรื่องของฝีเท้านั้น บาโลเตลลี่ จัดเป็นนักเตะที่มีความสามารถ มีทักษะที่ดี แต่ด้วยพฤติกรรมความเกรียน

จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวนั้นมักมีปัญหากับต้นสังกัด บรรดาโค้ช รวมถึงเพื่อนรวมทีม อยู่เสมอ

ซึ่งถ้าคิดกันเล่นๆว่า ถ้าศูนย์หน้าชาวอิตาเลียนผู้นี้ไม่เป็นคนที่ชอบสร้างปัญหา บางทีอนาคตอาจจะสดใสกว่านี้ก็เป็นได้

เรื่องล่าสุด ก็คงเป็นเรื่องที่เจ้าตัวลงเล่นให้นีซ ในเกมที่แพ้ให้กับนาโปลี 2-0 ในถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดสอง

โดยลูกแรกที่นีซเสียประตูในช่วงต้นครึ่งหลังนั้น ทีมเหลือแค่10คนในสนาม และคนที่หายไปคือ บาโลเตลลี่

ที่มัวแต่วุ่นกับการแก้เครื่องประดับอยู่ข้างสนาม และถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที 77 โดยหลังเกมลูเซียง ฟาฟร์

โค้ชของนีซ ได้ออกมาวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวว่า เป็นวันที่บาโลเตลลี่โชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างแย่ และน่าจะเปลี่ยนตัวออกมาไวกว่านี้

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คงต้องรอดูกันต่อไปว่า บาโลเตลลี่จะสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นได้หรือไม่

แล้วถ้าไม่ อนาคตของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ด้วยวัย27ปี ยังถือว่ามีเวลาไม่มากไปและไม่น้อยจนเกินไปที่จะพัฒนาตัวเองไปยังจุดที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งได้