บิ๊กแมตช์ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษก็คือการพบกันของฤดูใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ซิตี้ จะต้องเปิดสนามเอติฮัดพบกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ทีมอันดับที่ 4 ที่ได้ตามแมนซิตี้มาอยู่หรือเพียงแค่ 1 คะแนน

manchester city ตอนนี้เทียบเท่าคะแนนกับสเปอร์โดยมือลิเวอร์พูลได้ที่มาโอกาสที่ทำให้ทั้งคู่มาตัดแต้มกันในเกมนี้มีสูงมากไม่รู้ว่าทีมไหนจะชนะ

โอกาสในการเลื่อนอันดับก็มีตามไปด้วยเกมล่าสุดของแมนซิตี้ภาพถ้าเสมอกับสโต๊คซิตี้ไป 0 ประตูต่อ 0 หลังจากที่เก็บชัยชนะมา 4 นัดติดต่อกัน

ก็มาภาพในเกมที่ช่างง่ายดายเหลือเกินที่บ้านของตัวเอง crack เกมที่พบกับลิเวอร์พูลก็เป็นอีกเกมที่เขาอย่างของเล่นในบ้านของตัวเองลิเวอร์พูลหลังจากที่มีฟอร์มสะดุดไปมา 2 นัด

หลังสุดพวกเขาเก็บชัยชนะเหนืออาร์เซนอลไปได้ 3 ประตูต่อ 1 และเกมล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะเบิร์นลี่ย์ไป 2 ประตูต่อ 1 ทำให้คะแนนขยับแซงหน้าอาร์เซนอลไปถึง 5 คะแนน

แปลว่าลิเวอร์พูลแข่งมากกว่าอาร์เซนอลอยู่ 2 เกม สถิติการเจอกัน 5 นัดหลังสุดไม่น่าเชื่อว่าหงส์แดงลิเวอร์พูลโคมดำด้านของแมนซิตี้ไว้ได้อย่างอยู่มันชนะซีเกมส์แมนซิตี้ชนะทีมแข่ง 1 เท่านั้น

เกมล่าสุดลิเวอร์พูลเล่นที่สนามแอนฟิลด์เปิดบ้านของตัวเองเอาชนะแมนซิตี้ไปได้ 1 ประตูต่อ 0 เกมนี้จะเป็นการเงินล้างแค้นของทีมเรือใบสีฟ้าเว็บกวาร์ดิโอล่าที่จะต้องเอาคืนทางด้านของนิเจอเก้นคล็อปป์ทั้งสองคนหรือเคยเจอกันมาแล้ว

ในศึกบุนเดสลีกาเยอรมันกับการคุมทีมบาเยิร์นมิวนิคของเป๊ปกวาร์ดิโอล่าและโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ของเจอร์เก้นคล็อปป์

ส่วนตัวผมไม่เชื่อเรื่องของสิทธิที่มีลิเวอร์พูลทำได้ดีกว่าแม้ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปยังไงการคุมทีมและสิทธินั้นผมจึงคิดว่าลิเวอร์พูลนั้นเหนือกว่าอย่างแน่นอนแต่เพื่อนดีร้านถึงคราวที่จะต้องเอาคืน

เจอเก้นคล็อปป์ในเกมนี้พวกเขาเล่นในบ้านทุกอย่างต้องการที่จะเป็นใจทั้งอันดับความพร้อมและกองเชียร์ ชื่อผู้เล่นตัวจริงที่แมนซิตี้น่าจะใช้งานผมมองว่าเป็นกุนอเกวโร่ ดาวิดซิลวา เลรอยส์ ซาเน่

เควินเดอะบอย และ ราฮีม สเตอร์ลิง กองหลังยังใช้โอตาเมนดี้เป็นตัวหลัก ทั้งสั่งของลิเวอร์พูล 3 ผสานในแดนหน้า ให้ซาดิโอมาเน่โรเบโต้ฟิมิโน่และฟิลิปเป้คูตินโญ่

เหล่านักเตะที่มีความเร็วในการโจมตีกลองหลังของแมนซิตี้ที่ยังมีความช้าอย่างโคราลอฟ โดยจะมีอีก 3 คนที่คอยช่วยเหลือในแดนกลางนั่นก็คือไวจ์นัลดุม เอ็มเร่ ชานและอดัม ลัลลาน่า

ผมมองว่าเกมนี้น่าจะสนุกสุดมันส์ทั้งสองทีมต่างเปิดเกมรุกเข้าหากันแบบขึ้นอยู่ว่าทีมไหนจะเป็นฝ่ายจบสกอร์ได้แมนซิตี้ได้กุนอเกวโร่กลับมาน่าจะมีความน่ากลัวมากขึ้นแต่ก็ห้ามประมาทเกมรุกของลิเวอร์พูลที่ใช้นักเตะที่มีความเร็วในการโจมตี

การที่ Real madrid พบกับนาโปลีนั้นผมจะมาดูเรื่องของอาวุธเด็ดที่ทั้งคู่นั้นจะต้องเอามาใช้ในเกมนี้พวกเขาทั้งสองทีมนั้นยังไม่เคยเจอกันมาก่อนในทุกรายการที่มาเจอกันในครั้งแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นักเตะที่มีส่วนสำคัญสำหรับ real madrid นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โรนัลโด ในแชมเปี้ยนลีกนั้นเขามีโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงถึง 6 เกมแต่จริงได้เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้นส่วนมีส่วนร่วมในการทำประตู เอสซิสไปแล้ว 4 ครั้งเป็นนักเตะที่จ่ายบอลแม่นยำสูงถึง 80 5.3 เปอร์เซ็นต์โดยโอกาสในการยิงของเขาต่อเกมนั้นมีโอกาสถึง 5.5 ครั้งนับว่าเป็นนักเตะที่มีโอกาสในการทำประตูเยอะมากด้วยเป็นนักเตะที่เป็นความหวังของทีมนั้นทำให้เพื่อนร่วมทีมค่อนข้างที่จะปั่นบอลไปให้กับ Cristiano ronaldo ในการทำประตูไม่เพียงแค่เป็นนักเตะนักเตะที่รู้ในการทำประตูเท่านั้นเขายังเป็นนักเตะที่มักจะส่งบอลให้เพื่อนในการจบสกอร์มากถึง 1.5 ครั้งต่อเกมโดยรวมรวมแล้วทางด้านของ เรอัลมา ดริดน่าจะมีอาวุธที่หนักกว่าทางด้านของนาโปลี  Cristiano ronaldo มีความสามารถในเรื่องของการจบสกอร์ที่ดีและยิงไกลได้น่ากลัวอันตรายหรือในการเป็นประตูอยู่ได้บ่อยครั้งนอกจากเท้าแล้วเขาอยู่มีเรื่องของหัว ในการสามารถใช้หัวในการทำประตู ตรงจุดนี้ถือว่าเป็นนักเตะที่มีอาวุธครบมือ

โดยทางฝั่งทีมเยือนนั้นหวังพึ่ง  ดิสมอร์เทน กองหน้าชาวอิตาเลียน  ถึงเขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงๆ แค่ 4 ครั้งและเป็นตัวสำรองอีก 2 ครั้งก็ยิงไปแล้วถึง 4 ประตูด้วยกันเยอะกว่าจะได้ของ โรนัลโด้เองด้วยซ้ำแต่ติกถึงแค่ 2 ครั้งในเรื่องของการจ่ายบอลอาจจะไม่แม่นยำนักแต่เขาสามารถเชื่อมเกมกับเพื่อนๆตรงกลางสนามที่ดึงเข้าคือน่าจะเป็นเรื่องของเปอร์เซ็นต์การยิงและประสบความสำเร็จมากที่สุดแต่ยังไงก็ตามการที่จะมาเทียบเท่ากับนักเตะบัลลงดอร์อย่างเช่นโอ้โนนั้น red mountain ค่อนข้างที่จะมีความกดดันมากที่สุดในเรื่องของการจบสกอร์นั้นเขาเพราะพึ่งพาได้มากที่สุดในทีมอีกทั้งยังมีความหวังในการเข้าทำประตูซึ่งถ้า เปเป้ และ บาดาล สามารถหยุดกองหน้าชาวอิตาเลียนรายนี้ไม่ได้ก็จะทำให้นาโปลีนั้นหมดพิษสงลง เว็บไซต์ชื่อดังต่างประเทศนั้นต่างฝ่ายต่างมองว่าคู่นี้น่าจะจบลงด้วยการเสมอ 2 ประตูต่อสองแต่ในความคิดของผมนั้นนาโปลีเป็นรองกว่าหลายขุมมองว่าโอกาสในการเก็บชัยชนะของ real madrid นั้นสูงกว่าทางด้านของเราพอดีแต่ถ้าเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแล้วยังไงโอกาสที่นาโปลีจะบุกมายันเสมอนั้นถือว่ายังพอมีอยู่ถ้าพวกเขาเล่น  ตามแทคติกที่ เมาริซิโอมาสรี่  ได้วางแผนไว้คือไม่เสียสมาธิในช่วงต้นเกมก็อาจจะทำให้พวกเขามีโอกาสเสมอมากขึ้นเรื่อยๆ

เพื่อนๆจำเหตุการณ์ฟุตบอลโลก 2006 ได้หรือไม่ที่ทีมชาติฝรั่งเศส พบกับ ทีมชาติอิตาลีเป็นการพบกันในรอบชิงชนะเลิศเป็นนัดที่สนุกสุดมันส์ใครที่ไม่ได้ดูควรที่จะไปหา ไฮไลท์ดูย้อนหลังกันได้เป็นเกมที่หลายคนนั้นติดตาตรึงใจกับเหตุการณ์และหลายอย่างที่เกิดขึ้นในนัดนี้โดยทีมชาติฝรั่งเศสนั้นขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0 จากเส้นเอ็นอีซีดานในจังหวัดการยิงจุดโทษหลังจากที่อิตาลีทำ ฟาวล์ในกรอบเขตโทษ จังหวะทำฟาวล์ นั้นเริ่มจากจังหวัดที่มารูนด้าได้บอลอยู่ในกรอบเขตโทษแล้วเลี้ยงบอลเข้าไปในกรอบ 16 ลาก่อนที่จะยิงแต่โดนทางด้านของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ กัปตันทีมของทีมชาติอิตาลีเบียดล้มลงไปแล้วผู้ตัดสิน ก็เป่า ให้เป็นจังหวะจุดโทษซึ่งทำให้ทีมชาติฝรั่งเศสนั้นได้โอกาสในการขึ้นนำไปก่อนโดยจังหวะสังหารจุดโทษของ ซีเนดีน ซีดานนั้นไม่เหมือนกับคนอื่นเจ้าตัวทำท่าเหมือนจะวิ่งเข้าไปซัดเต็มแรงแต่ว่าเป็นการชิพยิงตรงกลางประตูบอลพรุ่งไปชนคานข้างล่างก่อนที่จะกระดอนเข้าประตูแล้วก็เด้งออกมาซึ่งกรรมการเห็นชัดทำให้ลูกนี้เป็นลูกขึ้นนำ

หลังจากที่อัซซุรีโดนทางด้านของ ตราไก่ ขึ้นนำก็ทำให้เปิดเกมแรกเข้าใส่แล้วหาจังหวะในการทำประตูตีเสมอโอกาสในการจัดทำประตูตีเสมอของวิคตอรี่นั้นค่อนข้างมีหลายครั้งโดยเริ่มจากจังหวัดที่เปิดฟรีคิกเข้าไปของอังเดรปีร์โล่แต่ว่าโดนสกัดออกหลังไปทำให้ได้ลูกเตะมุมซึ่งอังเดรปีร์โล่ก็เดินเข้าไปเป็นคนเตะมุมจังหวะวางยาวของเขาเปิดยาวเข้ามาที่เสาสองมาร์โกมาเตรัซซี่กองหลังร่างยักษ์ของทีมชาติอิตาลีก็พุ่งโหม่งบอลกดลงพื้นเข้าประตูไปโดยที่ ฟาเบียง บาร์กเตซผู้รักษาประตูทีมชาติ ตราไก่หมดสิทธิ์รับทำให้ประตูนี้เป็นประตูตีเสมอ 1 -1 จังหวะที่ตาไก่เกือบที่จะได้ขึ้นนำอีกครั้งเป็นทางด้านของ เทียรี่ อองรี ที่เลี้ยงหลุดเดี่ยวเข้าไปก่อนที่จะซัดด้วยขวาบอลไปตรงตัวของโอลิเวอร์คานแล้วกรรมการก็เปล่าเป็นฝ่ายจนสุดท้าย 90 นาทีจบลงด้วยการเสมอ 1 ประตูต่อ 1 ต้องต่อเวลาพิเศษครึ่งละ 15 นาทีแต่พวกเขาก็สู้กันจนสุดฤทธิ์ไม่มีสกอร์เพิ่มจนต้องไปดวลกันที่จุดโทษ แล้วปรากฏว่าเกมนี้ทีมชาติอิตาลีเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกหลังจากที่ดวลจุดโทษเอาชนะตาไก่ไปได้ 5 ประตูต่อ 3 ก่อนที่จะจบ 90 นาทีมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจคือจังหวัดที่ชนะดีซีดานเอาหัวโขกไปที่หน้าอกของ มาร์โก มาเตรัซซี่ ล้มลงไปนอนทำให้กรรมการควักใบแดงไล่ ซีเนดีน ซีดาน ออกจากเกมนับว่าเป็นที่น่าเสียดายสำหรับแฟนบอลที่เชียร์ทีมตราไก่ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราได้พบแผ่นเกมดีๆเหตุการณ์ที่สำคัญที่น่าจดจำต่อไป

เปิดบริการแล้วเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ ที่อัพเดทข่าวเจาะลึกทุกวัน

เตรียมเปิดบริกาแล้วสำหรับเว็บไซต์ข่าวสารเจาะลึกทางด้านกีฬาที่จะคอยอัพเดทข้อมูลให้คุณได้รู้ก่อนใคร ตลอด 24 ชั่วโมง โยเรามุ่งเน้นในการอัพเดทข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา Continue reading